2007/Oct/15

6 เคล็ดลับกระตุ้นต่อมความหึงหวงของคุณผู้ชาย

สาวๆ ท่านใดที่จะปฏิบัติตามเคล็ดลับนี้ล่ะก็ โปรดพิจารณานิสัยของคุณผู้ชายให้ดีก่อนนะคะ หากเขาเป็นสุภาพบุรุษสุดๆล่ะก็ ทำตามวิธีนี้เวิร์คชัวร์ๆ ตรงกันข้าม ถ้าแฟนหนุ่มเป็นคนขี้หึงมากๆ แถมเป็นคนชอบความรุนแรงอีกต่างหาก ขืนดื้อทำทีเป็นนอกใจล่ะก็ คุณมีหวังโดนแน่ ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูดีกว่านะคะ

 

1. แกล้งทักเขาผิดด้วยชื่อแฟนเก่า
เป็นวิธีที่ได้ผลดีจริงๆ หากเราทำทีเป็นเอ่ยนามแฟนเก่าแบบไม่ตั้งใจล่ะก็ คุณผู้ชายก็จะเกิดเอะใจขึ้นมาทันทีว่า ถ่านไฟเก่าของคุณยังดับไม่หมดอีกหรือ หรืออาจจะฉุกคิดขึ้นมาว่าคุณยังแอบปันใจให้คนรักเก่าอยู่ เพียงเท่านั้นแหละ เขาก็จะออกอาการหึงหวงขึ้นมาทันที

 

2. ทำให้เขาคิดว่าเขายังมีคู่แข่งเรื่องหัวใจอยู่
เป็นสัจธรรมเสียแล้วว่ามนุษย์เพศชายต่างมองกันและกันเป็นศัตรูเรื่องความรัก ชี้โพรงให้แล้ว กระรอกสาวอย่างคุณก็ควรหาทางทำทีเป็นสนิทสนมกับกระรอกหนุ่มตัวอื่นอย่างออกหน้าออกตาให้เขาเห็น แต่ถ้ากลัวมีปัญหา ลองควงเกย์หนุ่มเพื่อนร่วมงานไปเดิน Shopping จิ๊จ๊ะตามศูนย์การค้า (แต่ห้ามหลุดตุ้งติ้งเป็นเด็ดขาด) ถ้าแฟนคุณมาเจอล่ะก็รับรองว่างานนี้มีต่อย

 

3. ทำให้เขาเห็นว่าคุณยังมีค่าและยังเป็นที่หมายปองของชายคนอื่นๆ
ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะส่งดอกไม้ให้ผู้หญิง เมื่อมีปัญหาทะเลาะมีปากเสียง และอยากจะขอโทษฝ่ายหญิง เป็นไปได้ไหมถ้าคุณจะแอบส่งดอกไม้พร้อมแนบการ์ดลงชื่อชายอื่นให้กับตัวคุณเอง เพียงเท่านี้ก็จะสร้างความฉงนสงสัยแก่คนรักของคุณถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับชายหนุ่มเจ้าของดอกไม้ช่อนี้ แล้วเขาก็จะกลับมาโรแมนติกกับคุณมากขึ้น เพื่อหาทางตะล่อมถามคุณถึงที่มาของช่อดอกไม้

 

4. เข้าฟิตเนสเช็กเรตติ้งของตัวเอง
การเข้าฟิตเนสของคุณเป็นสัญญาณบอกว่าคุณกำลังฟิตเชปกลับไปเพอร์เฟคเหมือนเดิม แน่นอนว่าพ่อหนุ่มของคุณคงอดคิดไม่ได้ว่าหนุ่มๆที่มาออกกำลังที่ฟิตเนสจะเข้ามาเกาะแกะกับคุณ ที่สำคัญคือการกลับไปมีเชปสวยหุ่นดีของคุณ จะบอกแก่คุณผู้ชายเป็นนัยๆว่าคุณนั้นยังสาว ยังสวยพอที่หาแฟนใหม่ได้ ดังนั้น เขาก็จะหยอดคำหวานใส่คุณยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อกำจัดคู่แข่ง

 

5. ชมชายในฝันให้เขาฟัง
แม้เมื่อดูหนังดูละครด้วยกัน ลองชมพระเอกฮีโร่คนโปรดของคุณอย่างออกนอกหน้าเป็นประจำสิ เขาของคุณก็จะหันมาสนใจคุณมากขึ้น ราวกับคุณเป็นนางเอกนอกจอเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เพราะเขาจะคิดว่าคุณไม่เคยชมหรือคลั่งไคล้เขาเหมือนกับที่ทำกับดาราหนุ่มคนโปรดเอาเสียเลย

 

6. หายหน้าหายตาจากเขาไปสักพัก
บางครั้งการเจอหน้ากันทุกวัน ทำให้รู้สึกว่าความรักของคุณไม่เข้มข้นหวานมันเหมือนเมื่อตอนเริ่มออกเดท ลองหลบหน้าเลี่ยงการนัดพบกันสักระยะ แล้วออกเที่ยวและตะลุยราตรีตามประสาคนโสดกับกลุ่มเพื่อนสาวของคุณสักพัก เขาของคุณจะคลั่งจนเป็นบ้าเลยเชียวแหละ เพราะหญิงสาวสวยอย่างคุณกับเพื่อนๆของคุณ ต่างเป็นที่หมายปองและต้องตาต้องใจของหนุ่มๆกันทั้งนั้นแหละ

 

ขอย้ำนะคะว่าให้พิจารณาคู่รักของคุณให้ดีก่อน เพราะการกระทำนี้จะส่งผลอย่างมากทั้งทางร่างกายและจิตใจของคุณเองค่ะ ถ้าเขารักคุณจนหมดใจแต่เริ่มห่างหายจากความโรแมนติกเหมือนแต่ก่อน และเขาเป็นคนอ่อนโยนแล้วล่ะก็ลองใช้วิธีเหล่านี้ดูเลยค่ะ แต่หากเขาแข็งกระด้าง แถมเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองแล้วล่ะก็ คงต้องหาวิธีใหม่กันแล้วล่ะค่ะ

        ลองเอาไปใช้กันดูนะคร๊าเผื่อได้ผลค่า

2007/Oct/08

การเพิ่ม metabolism ทำให้มีการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายใช้พลังงานจากอาหารและอาหารเสริมที่คุณทานเข้าไปด้วย ทำให้คุณอยากดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้น และน้ำที่คุณดื่มยังช่วยสนับสนุนการขับพิษ การขับถ่ายและการย่อยอาหารในร่างกายอีกด้วย และนี่เป็น 10 วิธีที่จะช่วยให้คุณเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานค่ะ

1. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

"ยิ่งคุณมีกล้ามเนื้อเรียบมาก ร่างกายคุณก็จะเผาผลาญพลังงานมาก" ซึ่งวิธีการทำให้กล้ามเนื้อเรียบก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่ยกดัมเบลล์อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มเหมือนกัน แต่ช่วงที่ระดับเมตาบอลิซึ่มคุณพุ่งสุดขีดนั้นน่ะ ไม่ใช่ตอนที่คุณวิ่งหอบแฮกๆ บนสายพานหรอกนะคะ แต่หลังจากนั้นอีกสัก 2-3 ชั่วโมงค่ะ
2. ขยับตัวView image detail
อยากเผาผลาญแคลอรี่ให้เร็วที่สุดก็ต้องออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายนั้นเราต้องทำเป็นประจำ อย่างน้อยที่สุดก็วันละ 30 นาที อย่างปกติก็ 1 ชั่วโมง วิ่งเหยาะๆหรือเต้นแอโรบิกอาทิตย์ละ 3 ครั้ง(แต่ไม่ควรที่จะหักโหมมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้คุณเหนื่อยหอบได้) และไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบไหนก็ช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มทั้งนั้นล่ะ ให้หัวใจได้เต้นแรงเต็มที่ 120 ครั้งต่อนาที ให้ต่อเนื่องนานสัก 30-45 นาที

3. กิน

ยิ่งร่างกายคุณขาดสารอาหาร กล้ามเนื้อก็จะล้า การเผาผลาญก็จะน้อยลง ทางที่ดีกินเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 3-4 มื้อ ยังดีกว่าอดอาหารไปเลย แต่อย่าลืมว่า ควรจะเป็นคนเลือกินสักหน่อย ไม่ใช่บอกว่าให้เลือกกินของแพงนะคะ แต่ให้เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากกว่า ลดไขมันจากสัตว์ แต่เพิ่มปริมาณผักและผลไม้
View image detail

4. งดน้ำตาล

เหตุผลง่ายๆ ก็คือน้ำตาลที่เหลือใช้แล้ว ร่างกายจะแปรสภาพเป็นไขมัน เพราะฉะนั้นลดน้ำตาล ก็จะช่วยลดไขมันไปในตัว

5. อย่าลืมกินอาหารเช้า
เป็นความจริงที่ว่าคนที่กินอาหารเช้าที่มีประโยชน์ หุ่นดีกว่าคนที่อดข้าวเช้า และอาหารเช้ายังทำให้ระดับเมตาบอลิซึ่มของคุณวันนั้นพุ่งเป็น 2 เท่าด้วย อีกอย่างอาหารเช้าจะช่วยทำให้สมองปลอดดปร่ง สามารถเริ่มทำงานได้อย่างเต็มที่

6. กินอาหารเผ็ดร้อน

เป็นคนไทยแสนจะโชคดี มีอาหารที่รสจัด มีทั้งพริกขี้หนูและพริกไทย แต่อย่าทานที่เผ็ดจนลิ้นชา หน้าแดง น้ำตาไหลนะคะ เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อกระเพาะและลำไส้ได้

7. ดื่มชาเขียว

เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเร่งเมตาบอลิซึ่มได้ดีและปลอดภัยกว่ากาแฟ ที่สำคัญตอนนี้หาซื้อได้ง่าย มีหลายรสชาติให้เลือกรับประทานด้วยค่ะ

8. ดื่มน้ำเยอะๆ View image detail

จะช่วยขับสารพิษหลังจากที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานแล้ว น้ำเย็นๆยังช่วยกระตุ้นให้เมตาบอลิซึ่มกระเตื้องขึ้นอีกนิดหนึ่งด้วยนะ อีกสูตรที่จะช่วยให้คุณมีผิวพรรณที่สดใส นั่นคือ 1 2 3 3 1 อย่าเพิ่งงค่ะ เพราะว่า 1 2 3 3 1 ที่ว่านี้คือ หลังจากตื่นนอนให้ดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว ตอนสายอีก 2 แก้ว ตอนเที่ยงถึงบ่ายอีก 3 แก้ว ตอนเย็น 3 แก้ว และก่อนนอนอีก 1 แก้ว

2007/Sep/28

เกี่ยวกับเรื่องความสวยความงามไม่เข้าใครออกใครหรอกจริงมั้ยคะ ??

aikine มีวิธีการเลือกลิปสติคมาฝากกันค่ะ เพราะบางคนอาจเลือกไม่เป็นใช่ม้า ไม่เป็นไรค่ะดูกันทางนี้ได้เลย เป็นเคล็ดลับเล็กๆน้อยที่ผู้หญิงอย่างเราๆควรต้องรู้ไว้บ้างก็ดีนะคะ

ลิปสติคที่เป็นเนื้อแมทท์กับลิปสติคที่เป็นเนื้อครีมนั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนะคะ บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนเลย แต่ถ้าถามกันว่าแล้วอย่างไหนหล่ะที่มันดีกว่ากัน อันนี้ก็ตอบยากนะคะ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่าเราชอบลุคส์แบบไหนมากกว่า เพราะลิปสติคเนื้อแมทท์จะเป็นลิปเนื้อด้านสีที่ได้หลักจากการทาจะดูเป็นสีด้านๆปราศจากความมันวาว เนื้อลิปสติคค่อนข้างติดทนนานกว่า แต่ก็เกลี่ยยากเหมือนกัน ไม่เหมาะกับสาวๆที่มีปัญหาริมฝีปากแห้ง เพราะมันจะยิ่งเน้นให้เห็นความแห้งกร้านอย่างชัดเจนขึ้น และลุคส์ที่ได้จากการใช้ลิปสติคเนื้อแมทท์จะให้ความรู้สึกเรียบหรูค่ะ

ส่วนลิปสติคเนื้อครีมนั้นจะเป็นลิปสติคที่สาวๆนิยมใช้กันมากกว่า เพราะเกลี่ยได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้พู่กันช่วย ผลิตออกมาหลากหลายสีสัน ใช้แล้วริมฝีปากจะดูเนียนนุ่ม และมักจะมีส่วนผสมของวิตามินบำรุงริมฝีปากค่ะ แต่ข้อเสียของลิปสติคประเภทเนื้อครีมก็คือมักจะหลุดลอกหรือซีดจางได้ง่าย จึงต้องหมั่นเติมลิประหว่างวันด้วยค่ะ ขอแนะนำเพิ่มเติมอีกนิดว่า ถ้าต้องการอวดริมฝีปากหวานเยิ้ม แวววาวสุดๆ ก็ต้องอาศัยลิปสติคประเภทลิปกลอสค่ะ จะเลือกเป็นลิปไร้สีหรือจะเลือกเป็นสีอ่อนๆกลิ่นหอมๆก็ได้นะคะ

เป็นงัยบ้างคะกับเคล็ดลับดีๆที่นำมาฝากกัน แล้วจะมาอัพเคล็ดลับดีๆอย่างนี้เรื่อยๆนะคะ


edit @ 2007/09/28 11:19:11